2005/Dec/19

วันนี้ครบรอบปีของใครบางคนที่ไม่เคยคิดว่า
ต้องจากกันในวัยวันแบบนี้
เพื่อนที่เป็นเหมือนพี่สาว เป็นเหมือนน้องสาว
และเป็นเหมือนตัวเองในบางเวลา

เพื่อนที่เข้าใจกันราวกับเป็นคนเดียวกัน
เพื่อนที่ไม่เคยต้องใช้คำพูดอธิบายมากมายในวันเกิดปัญหา
แค่เพียงมองตา หรือถือโทรศัพท์ไว้อีกข้างโดยไม่ต้องพูดคำไหน
ก็จะได้รับคำตอบ ได้รับคำถามปนห่วงใย ได้รับสายตาเข้าใจ
และสุดท้ายได้อ้อมกอดอบอุ่นเสมอมา

เพื่อนที่เหมือนกระจกอีกด้านที่ส่องกันไปมา
ในวันสับสนและถอยท้อ
เพื่อนที่เป็นเหมือนรอยยิ้มอีกรอยที่หายไป
เพื่อนรักของฉันจะอยู่ตรงไหนน่ะ
บนแผ่นฟ้า ที่ก้อนเมฆอยู่ในแสงอาทิตย์
หรือเป็นส่วนหนึ่งของพระจันทร์

ฉันไม่ได้ทุรนทุรายกินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนปีก่อน
อาจเพราะยอมรับสภาพของการทำอะไรไม่ได้ไปแล้ว
รู้ว่า หากเพื่อนยังนึกถึงกันคงบอกฉันด้วยเพลงนี้
จากกันเพียงกาย ห่างเพียงดินแดน แต่เราจะมีกันเสมอ

รู้อะไรไหม...ต่อให้เธอไม่มีตัวตนแล้วบนโลกใบนี้
เธอก็ยังเป็นเพื่อนที่ฉันรักที่สุดเหมือนเดิม
และฉันยังคงมั่นใจในตัวเธอว่าเธอจะบอกเหมือนที่ชอบบอกเสมอ
ว่า ไอ้มีน ฉันรักแกว่ะ โคตรรักแกเลย ไอ้บ้า
บอกรักไปด่าไป แต่ก็แปลกน่ะตอนเธออยู่
ฉันแค่ยิ้มตอบ พยักหน้าหงึกหงัก แต่ไม่เคยพูดเลยว่า
รักเธอมากแค่ไหน อย่างมากก็ยืนขึ้นผลักหัวคนช่างพูดนั่น
ว่าเพ้อเจ้อได้ทุกวัน เบื่อจริงๆ พวกรักฟุ่มเฟือย

ฉันไม่กล้าขอไปถึงชาติหน้าเพราะไม่รู้ว่า
ชาตินี้ที่โชคดีพบเธอ ฉันทำดีกับเธอพอกับที่
เธอจะอยากเป็นเพื่อนฉันอีกไหมในภพภูมิอื่นที่ยังไม่ถึง

เพื่อนรัก...วาระแห่งการพรากจากของเรา
เป็นสิ่งที่ฉันยอมรับได้แล้วในวันนี้
แต่วาระนั้นไม่ได้พรากความทรงจำและรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเธอ
แม้วันนี้ฉันจะไม่มีใครถือหูโทรศัพท์ตื้อจะฟังในวันฉันไม่อยากพูด

ไม่มีใครร้องไห้ด้วยกันในวันร้องไห้อย่างหนัก
ไม่มีคำปลอบโยนใดใดในวันเสียพ่อจากคนตัวสูงกว่า
มีแต่เสียงสะอื้นหนักกว่าคนร้องไห้ทางนี้
เราต่างถือสายร้องไห้กันไปมาแบบนั้นเป็นชั่วโมง
ฉันอยู่วัดเธออยู่วัด ฉันนอนที่วัด เพื่อนคนเดิมก็นอนที่วัด
ไม่กินก็ไม่กินด้วยกัน ไม่นอนก็นั่งเฝ้าฉันจนหลับทั้งที่นั่ง
อะไรหนอ ทำให้เธออดทนรักฉันได้ขนาดนั้น

ในวันนี้ฉันไม่มีใครโทรหางอนง้อ ในวันโกรธกันทั้งที่รู้ว่า
ฉันหายโกรธไปแล้ว ไม่มีใครหยอกเย้า และเอากระเป๋าไล่ทุบ
และไม่เคยผ่อนน้ำหนักทั้งที่ฉันตัวเล็กกว่า

ไม่มีผู้หญิงผมยาวตัวสูงสูง วิ่งตามพร้อมตะโกนด่าลั่นสนามที่วิ่งตาม
ในวันฉันเดินตัวปลิวจะกลับบ้าน เพราะลืมว่าเพื่อนยังอยู่ในห้อง
เพื่อสอบปากเปล่ากับอาจารย์ และฉันก็คงไม่ได้พบกับคนหน้าตา
มีความสุขตลอดเวลาแม้อยู่ในห้วงทุกข์

ไม่มีโอกาสจะพบกับผู้หญิงตาดำดำที่แสนจะพาลเกเร
เถียงกันไม่ได้ ย้อนกันไม่ทันก็ไล่ฟัด ไล่หยิก ไล่กัด
และโวยวายลั่นจนฉันต้องเอามือปิดปากยังไม่วายกัดมือฉันเข้าอีก

รู้อะไรไหม ฉันรักเธอเสมอ.แม้ในวันเธออยู่ฉันไม่เคยได้พูด
และรุ้อะไรอีกไหม ว่าจนถึงวันนี้ เธอไม่ได้จากไกลไปไหน
เธอยังอยู่ในใจฉันตลอดมา ไม่ว่าในวันที่ฉันยิ้มได้ หัวเราะได้
หรือนั่งทำงานอยู่ การแสดงออกทุกการแสดงออกของฉัน
แม้ไม่เคยพูดว่านึกถึงเธอ และจดจำเธอได้ตลอดเวลา
แต่เธอรู้เหมือนฉันรู้ใช่ไหม..เรายังรักกันมากเหมือนเดิม

แก้ม ฉันรักแกน่ะ..


ฉัน..มีเพียงเธอ..ผู้เดียว
อาจเหลือ แค่เพียง วิญญาณ
แต่ฉันก็ยังเป็นห่วง

ห่วงเธอกลัวว่าเธอ เสียใจจนทนไม่ไหว
อย่าร้องอีกเลยคนดี ชีวิตไม่มีนิรันดร์
จากกันเพียงกาย ห่างเพียงดินแดน
แต่จะมีเธอเสมอ

จะยังคงเป็นของเธอ แม้ไร้ตัวตน
ก็จะขอมีเพียงเธอ

จบจากเวลานี้ไป ฉันคงไกลเธอแสนไกล
อยากให้เธอจำไว้ในใจ ฉันจะมีเธอผู้เดียว
ฉันมีเพียงเธอผู้เดียว

บันทึกไว้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548


มีน
View full profile